ลูกค้ามักเข้าใจผิดเรื่องอะไร
ตะกงปูนที่ไหนก็เหมือนๆกัน อันนี้ไม่จริงครับ
ปัญหาที่เจอบ่อย
ลูกค้ารับน้ำยางหลายที่ หลายสวน
และ%ค่าเปอร์เซ็นน้ำยางพารา ไม่นิ่ง
แต่เรามีสเกลวัดระดับน้ำให้ทำสูตรผสมได้
มือใหม่พลาดตรงไหน
พลาดตรงที่ไปเอาสินค้ามือ 2
ตะกงปูน ไม่ค่อยมีการรับซ่อมแซ่มครับ
ส่วนใหญ่จะทำใหม่ไปเลย
แผ่นเสียบ กับ ร่องแผ่นเสียบ ซ่อมไม่ได้อย่างมากก็แค่ยึดน๊อตในระยะสั้น
สิ่งที่คนขายทั่วไปไม่ค่อยบอก
การใช้งานจริงๆแล้วคนซื้อกับคนทำยางจะเป็นคนละส่วนกัน หัวหน้าหรือเจ้าของโรงก็จะให้ลูกน้องเป็นคนทำ
คนทำยาง ถ้าเอาแผ่นเสียบมาเคาะที่ขอบตะกงปูนบ่อยๆ จะทำให้ปูนมีการแตกได้ง่ายขึ้น
ทำให้ใช้งานระยะยาวได้น้อยลง
เทคนิคการเลือกตะกง
ยอดนิยม 50 ช่อง และ 25 ช่อง
เนื่องจากตัวตะกงปูนไม่ได้ยาวมาก
ทำให้เดินระยะสั้นก็ถึงบ่อลอยที่จะเอาแผ่นยางไปลอยน้ำก่อนรีด
โรงรมยางแต่ละแบบใช้ต่างกันไหม
ใช้เหมือนกันครับ แล้วแต่ความเหมาะสมครับ
50 ช่อง คือ มาตรฐาน เดินไม่ไกล จากตัวบ่อลอย
25 ช่อง คือ สำหรับน้ำยางเหลือ แต่ไม่เยอะมากจะเอามาทำแผ่นที่ตะกงปูนอันเล็กแทน
ตะกงปูน vs ถาดพิมพ์
ตะกงปูน จริงๆแล้วคือขั้นการพัฒนา ของการทำถาดพิมพ์ แต่ช่วยประหยัดเวลา 50 แผ่น / รอบ
เป็นการ ผสมใน 1 ครั้ง ได้ 50 แผ่น ในครั้งเดี่ยว และทำความสะอาดก็แค่ครั้งเดี่ยว
ข้อดีของตะกงปูน (ทำไมถึงนิยมใช้?)
-ความทนทานเป็นเลิศ: โครงสร้างทำจากปูนและคอนกรีต แข็งแรงทนทาน ทนแดด ทนฝน และทนต่อสารเคมีอย่างกรดน้ำยางได้ดีเยี่ยม ใช้งานได้ยาวนานหลายปี เคยมีเคส20ปี ใช้มานานมากเพิ่งจะเปลี่ยนของใหม่
-ควบคุมรูปทรงและขนาดได้แม่นยำ: ช่องแบ่ง (ตะกง) ที่แน่นอน ช่วยให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อนสี่เหลี่ยมที่มีความหนาและขนาดเท่ากันทุกแผ่น ส่งผลให้แผ่นยางมีความสม่ำเสมอ
-จุน้ำยางได้ปริมาณมาก: เหมาะสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมหรือโรงรมยางขนาดใหญ่ รองรับน้ำยางสดได้ทีละมากๆ ในรอบเดียว
-ดูแลรักษาง่าย: ผิวปูนที่ขัดเรียบหรือกรุกระเบื้อง สามารถล้างทำความสะอาดเศษยางพาราและคราบกรดออกได้ง่ายหลังเสร็จงาน
-คุ้มค่าในระยะยาว: แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างครั้งแรก แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน ถือว่าคุ้มทุนไวมาก
ข้อเสียและข้อจำกัด (สิ่งที่ต้องวางแผนรับมือ)
- การขนย้าย : ควรเตรียมจักรและตะกงปูนก่อนจะทำรางเก๊กตากยาง
- ใช้เวลาต้องทำความสะอาดก่อน : แช่แฟ๊บ1คืนและทำความสะอาดพร้อมใช้งานได้เลย
อายุการใช้งาน : อายุเฉลี่ย 10-20 ปี (ขึ้นกับการดูแล) ก็จริงแต่อะไหล่อย่าง จุกยาง
หรือ แผ่นเสียบอาจจะมีก็ การกร่อน ผุพัง หรือบิดเบี้ยวไม่คมได้
พอถึงจุดนึงก็ต้องเปลี่ยนอะไหล่อุปกรณ์ให้ลูกน้องเพื่อการทำงานที่สะดวกและรวดเร็ว
เพื่อให้การจัดส่ง ขนย้าย และการติดตั้งตะกงปูนเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงหน้างานพร้อมเปิดระบบผลิตได้ทันที ลูกค้าควรเตรียมความพร้อมใน 5 ด้านหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. พื้นที่ติดตั้งและการวางสเตป (Layout & Gravity System) :
สำหรับความต้องการระดับครัวเรือน (สวนขนาด 10-20 ไร่) ควรเตรียมพื้นที่โรงเรือนไว้ประมาณ 20-30 ตารางเมตร เป็นอย่างน้อย และสามารถขยายใหญ่ขึ้นได้ตามสเกลที่ต้องการ
💡 ข้อแนะนำสำคัญสำหรับการจัดวางจุดรับน้ำยาง (เทคนิคช่วยประหยัดทุน): ในจุดรับน้ำยางหรือจุดที่ชาวสวนจะนำน้ำยางมาเทใส่กระบะชั่ง แนะนำให้ก่อโครงสร้างหรือยกระดับให้สูงขึ้นกว่าระดับของตะกงปูน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก "แรงโน้มถ่วง" ในการเปิดวาล์วปล่อยน้ำยางให้ไหลลงสู่ตะกงปูนได้โดยตรง
เหตุผล: หากทำระบบพื้นเสมอกันหรือทำจุดรับน้ำยางต่ำกว่าตะกง ไฟต์บังคับคือลูกค้าจะต้องซื้อและใช้ "ไดโว่ดูดโคลน/ดูดน้ำยาง" ในการสูบย้ายน้ำยางเท่านั้น การทำสเตปสูง-ต่ำจะช่วยประหยัดค่าเครื่องจักรและลดขั้นตอนการทำงานไปได้เยอะครับ
2. การรับน้ำหนักของพื้นผิว (โครงสร้างหน้างาน) :
ตัวตะกงปูนเปล่า : มีน้ำหนักประมาณ 220 กิโลกรัมต่อลูก
การรับน้ำหนักของโรงเรือน : พื้นผิวบริเวณที่ติดตั้งและทำงานจะต้องแข็งแรงพอที่จะรองรับเครื่องจักรหนักประมาณ 2-3 ตัน ได้ และในพื้นที่ภายนอก (จุดรับ-ส่งสินค้า) โครงสร้างพื้นต้องแน่นหนาพอให้รถขนส่งขนาดใหญ่ เช่น รถ 6 ล้อ หรือ รถ 10 ล้อ เข้าจอดเทียบเพื่อถ่ายสินค้าหรือขนส่งแผ่นยางได้โดยไม่ทรุดร้าว
3. อุปกรณ์การยกและเครื่องมือช่วยขนย้าย :
เนื่องจากตะกงปูนและเครื่องจักรมีน้ำหนักมาก หน้างานของลูกค้าควรมีอุปกรณ์ทุ่นแรงหลักๆ เตรียมไว้ เช่น แฮนด์ลิฟต์ (Hand Lift) หรือ รถโฟล์กลิฟต์ (Forklift)
หากโรงเรือนไหนมี รถเครน จะช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการยกวางตะกงปูนเข้าจุดติดตั้งได้ดีมาก
นอกจากนี้ควรเตรียมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น เก๊กตากยาง (ราวตากยาง) และกระบะหรืออ่างสำหรับรองรับน้ำที่ได้จากการรีดแผ่นยางเรียบร้อยแล้ว
4. กำลังคน (แรงงาน) :
ควรเตรียมคนงานไว้ประมาณ 5 - 10 คน (ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของขนาดหน้างานและจำนวนตะกงที่สั่งซื้อ) เพื่อช่วยในขั้นตอนการยก ขนย้าย จัดตำแหน่งตะกงปูน และช่วยเดินระบบในวันติดตั้ง
5. ระบบสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟฟ้า และสิ่งแวดล้อม) :
ระบบน้ำ : มีความจำเป็นอย่างมาก ต้องเตรียมระบบน้ำประปาหรือน้ำบาดาลที่มีแรงดันเพียงพอ เพื่อใช้ในการผสมน้ำยาง ล้างตะกง และทำความสะอาดโรงเรือนทั่วไป
ระบบไฟฟ้า : จำเป็นต้องเตรียมระบบไฟและเดินสายไฟให้เรียบร้อย เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อน เครื่องรีดยางพารา (จักรรีดยาง)
ระบบบำบัดน้ำเสีย : ลูกค้าต้องมีการวางแผนหรือขุด บ่อบำบัดน้ำเสีย ไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับน้ำล้างคราบยางและน้ำเซ็ตตัวแผ่นยางที่มีส่วนผสมของกรด เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนและเป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม